วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2556

ความเลวระยำ ของระบบพาณิชย์ศึกษาในไทย....

ผู้เขียน สุดเขต  เขียวอุไร (เขต เขียวอุไร) E-mail : Sudkhed2@gmail.com


คุณค่าของครู หายไป เพราะความเลวระยำ ของระบบพาณิชย์ศึกษาในไทย....

             อาจารย์ และ ครู ผู้สั่งสอนวิชาความรู้ หรือ หมายถึง ความประพฤติหรือกิริยาที่ควรประพฤติ รวมเป็นทั้งผู้สอนวิชาความรู้ อบรมดูแลความประพฤติ อย่างไรก็ตาม นิยามคำว่า ครูและอาจารย์ ในยุค 2013 นี้ ดูเหมือนจะถูกเปลี่ยนไปจากเดิมแล้ว

ด้วยระบบการศึกษา ที่ขาดการดูแลอย่างชัดเจนไปมากกว่าคำพูด คำโม้ คำเยินยอทางวาจาว่าจะถูกพัฒนาไปตามบริบทของสังคมและเศรษฐกิจรวมถึง และระบบค่านิยมทางสังคมในปัจจุบันที่โยงยึดกับระบบทุนนิยมเต็มรูปแบบ ภายใต้ระบบทุนนิยมส่งผลให้ระบบการศึกษาก้าวเข้าสู่ระบบการจัดการการศึกษาเชิงธุรกิจหรือแบบการค้าที่อาจเรียกได้ว่าเป็น ระบบพาณิชย์ศึกษา” (Commercial Education) ที่มีหลากหลายองค์กรเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์จากการขอทุนส่งเสริมและสนับสนุนจากภาครัฐในด้าน   ต่าง ๆ รวมถึงเงินกู้เพื่อการศึกษาอันเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดระบบการค้าแบบเต็มตัว 

อีกทั้งระบบการดูแลของรัฐที่มุ่งเน้นการจัดระเบียบ และการควบคุมและขยายผลโดยผู้มีนามว่าผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นตัวแปรสำคัญในการกระทำเฉพาะคำพูด และ ความคิด มากกว่าการพัฒนาอย่างจริงใจ และ จริงจังในระบบประกันคุณภาพการศึกษาที่ยังให้ความสำคัญกับ ตัวเลข เชิงปริมาณมากกว่า แก่นแท้ ของคุณภาพการศึกษา ประกอบกับค่านิยมทางสังคมที่ให้คุณค่ากับใบปริญญาบัตรมากกว่าความรู้ ซึ่งไม่ได้เล็งให้เห็นถึงความสำคัญของการใช้ตัวเลขเหล่านั้น ที่สามารถถูกตกแต่งหรือกระทำได้ อันเป็นผลขัดแย้งจากเชิงคุณภาพ ที่มองให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ย่ำแย่ ลง...

การรวมกลุ่มกันของระบบแนวคิด และค่านิยมทางสังคม ที่เห็นแก่ศาสตร์ทางความคิด และ อีโก้จากตำแหน่งทางสังคมการศึกษาดังกล่าวข้างต้นส่งผลให้ คำนิยามของ ครูและอาจารย์ ตามความหมายที่มีมาแต่เดิมนั้นผิดเพี้ยน และ ถูกเปลี่ยนไป เป็นความหมายของ ครูและอาจารย์ที่มีมาแต่เดิม ซึ่งนอกเหนือจากการถ่ายทอดความรู้แก่ศิษย์แล้ว ครูยังผู้อบรมความประพฤติ และเป็นผู้นำทางศิษย์ไปสู่คุณธรรมชั้นสูง กลายเป็น ครูและอาจารย์ผู้เป็นส่วนหนึ่งของระบบพาณิชย์ศึกษาอย่างเต็มตัว ดังคำพูด เราอยู่ได้ การศึกษาก็อยู่ได้  เราอยู่ไม่ได้ ถ้าไม่มีนักศึกษา และ เราจะอย่างเยี่ยงไร อีกด้วย


อนิจจา สังเวช จึงเป็นความหมายของครูดังกล่าวมานี้ ที่ซึ่งในปัจจุบันกำลังถูกพวกเลวระยำ ที่เรียกตัวเองว่า....ผู้บริหารสถาบันการศึกษา ที่เห็นแก่ผลประโยชน์ทางพาณิชย์ หรือ ธุรกิจ จำนวนมากที่มีทุนประชากรสังคมสนับสนุน ทุนเศรษฐกิจการเงินรองรับ ในบ้านเราให้เปลี่ยนแปลงคำนิยามไปเสียแล้วในสถาบันการศึกษาหลายแห่งภายใต้ระบบการแข่งขันเชิงธุรกิจ ความหมายของความเป็นครูได้ถูกลดทอนลงกลายเป็นแค่ ผู้รับจ้างสอน หรือ ผู้แทนหานักศึกษา  เท่านั้น ในสถาบันการศึกษาหลายแห่ง ความสัมพันธ์ระหว่างครูอาจารย์กับศิษย์ถูกลดทอนและเปลี่ยนไปเป็นความสัมพันธ์แบบ ผู้ให้บริการกับลูกค้า ดังเช่น นักศึกษาคือพระเจ้า ซึ่งแต่แรกนั้นมักเกิดกับสถาบันการศึกษาเอกชน แต่ปัจจุบันสถาบันการศึกษาของรัฐก็มีเช่นกัน และ มากขึ้นเรื่อย ๆ การที่นิยามของความเป็นครูถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นผู้รับจ้างสอน หรือ ผู้แทนหานักศึกษา ย่อมมีผลต่อการทำหน้าที่ของความเป็นครูตามความหมายดั้งเดิม จะเห็นได้ว่าหากครู อาจารย์ท่านใดไม่อาจทนต้องอำนาจครอบงำด้วยประการใดๆ หรือตกอยู่ภายใต้ภาวะจำยอมจนต้องลดสถานะและบทบาทของครูไปเป็นผู้รับจ้างสอน หรือ หากไม่มีความเชื่อมั่นในหลักการทางตลาดของผู้บริหาร ก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยจะส่งผลต่อระบบการทำงานที่ขาดอิสรภาพทางความคิดที่จะต่อเนื่องและเกี่ยวเนื่องต่อการพัฒนาการศึกษา ระบบความคิด การสำเสนอข้อมูลใหม่ ต่อสถาบัน  ต่อระบบสังคม ตลอดจนต่อการสร้างคนที่มีคุณภาพเพื่อไปรับใช้สังคม เราจึงไม่แปลกใจที่ได้เห็นบัณฑิตจำนวนมากที่จบการศึกษาตามหลักสูตร ได้รับปริญญาบัตร แต่ขาดความรู้ที่จำเป็น ไม่สามารถคิด ไม่สามารถตอบคำถาม ไม่สามารถอ้างเหตุและผลอย่างเพียงพอต้องใช้ในวิชาชีพสาขาของตน ขาดความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม รวมทั้งขาดจิตสำนึกสาธารณะ

ดังนั้น เพื่อให้คำว่า ครู  อาจารย์ คงความหมายดั้งเดิมที่มีคุณค่าในสังคม ซึ่งเป็นมากกว่าผู้รับจ้างสอน หรือ ผู้แทนหานักศึกษา เขตอิสระ จึงแจ้งแจงแถลงไขมายัง ผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ทุกท่านได้ช่วยกันส่งเสริมและยืนหยัดอยู่ในความเป็นครูที่แท้จริง ตระหนักในความคิด และ ความต้องการอาชีพ ที่ต่างผู้ ต่างท่านย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าเป็นอาชีพ ที่ไม่สามารถแสวงหาความร่ำรวยทางเงินทอง ได้มากกว่าไป ความความสุขทางใจ โปรดอย่าหวั่นไหวไปตามกระแสธุรกิจและค่านิยมทางสังคม ของนักธุรกิจการศึกษาที่เห็นแก่ตัว และ เป็นมารทางสังคมการศึกษาของประเทศชาติ ที่ให้คุณค่ากับรูปแบบมากกว่าเนื้อหาของการศึกษาจนต้องลดทอนความเป็นครู อาจารย์ของตน ไปเป็นแค่ผู้รับจ้างสอน หรือ ผู้แทนหานักเรียน ตามความหมายที่บรรดาผู้มีอำนาจหรือผู้บริหารการศึกษาบางคน บางกลุ่มที่มุ่งค้ากำไรจากการศึกษาต้องการให้เปลี่ยนไปเช่นนั้น และขอเรียกร้องให้บรรดาสถานศึกษา และผู้บริหารสถานศึกษาทั้งหลายที่ติดอยู่ในกับดักของการแข่งขันเชิงธุรกิจ มุ่งแสวงหากำไร และต้องการครอบงำความเป็นครูได้โปรดเปลี่ยนแปลงแนวคิดและแนวทางดำเนินการใหม่ เพื่อช่วยกันจรรโลงวิชาชีพครูอาจารย์ให้อยู่คู่สังคมต่อไปอย่างมีศักดิ์ศรีด้วยเถิด

ผมนายสุดเขต  เขียวอุไร ขอกราบคาราวะผู้เป็นครูอาจารย์ทุกท่านที่ยังทำหน้าที่ด้วย ความเป็นครู อย่างแท้จริง






แสดงความคิดเห็น